FAQ

Q: จะใช้เวลานานเท่าไหร่เพื่อให้เว็บไซต์ของเราติด 1 ใน 10 อันดับแรกของผลการค้นหา
โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน
Q: คุณมีการป้องกันการโกงคลิก (click fraud) อย่างไร?
เราไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่เราจะคอยติดตามดูแลแคมเปญของคุณ และหากเกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเราจะหยุดแคมเปญของคุณทันที
Q: Keyword research คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
Keyword research เป็นขั้นตอนของการหาคำหรือกลุ่มคำที่จะมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ และมีผู้ใช้ ค้นหาข้อมูลบ่อยๆ โดยเราจะเลือกคำที่มีแนวโน้มที่จะดึงกลุ่มเป้าหมายให้เข้าสู่เว็บไซต์ได้มากที่สุด
Q: สามารถเลือก keyword เพื่อใช้กับแคมเปญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้หรือไม่
ได้ค่ะ ปัจจุบันเราให้บริการทั้งสามภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น
Q : สำหรับแคมเปญ pay per click เราสามารถเลือกใช้ keyword ได้ทั้งหมดกี่คำ
คุณสามารถเลือกใช้ keyword ได้มากเท่าที่คุณต้องการ และไม่จำกัดจำนวน เราช่วยให้คุณเลือก keyword ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ
Q: จะทราบการเคลื่อนไหวของแคมเปญ PPC ได้อย่างไร
เราจะมีการรายงานผลของแคมเปญให้เป็นรายวัน และรายงานผลแบบละเอียดเป็นรายสัปดาห์เพื่อให้คุณทราบการเคลื่อนไหวของแคมเปญแบบวันต่อวัน
Q: ต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
เราจะคิดค่าบริการที่ 20% จากงบโฆษณา เช่น หากคุณตั้งงบโฆษณากับ Google ไว้ที่ 10,000 บาท เราจะคิดค่าบริการที่ 2,000 บาท (20% จากงบ 10,000 บาท) รวมเป็น 12,000 บาท
Q :สามารถรับประกันการติดอันดับกับ search engine หลักๆ ทุกตัวเลยหรือไม่
เราจะรับประกันการติดอันดับกับ Google เท่านั้น แต่เราจะปรับแต่งเว็บสำหรับทั้ง Google และ Bing
Q: เว็บไซต์ที่ถูกแบนคืออะไร และทำไมถึงถูกแบน
เว็บไซต์ที่ถูกแบน คือ เว็บไซต์ที่จะไม่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลิสต์ของ Google การใช้วิธีปรับแต่งเว็บไซต์ที่ไม่ถูกต้อง (Black Hat SEO) จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกแบน
Q: Black Hat SEO คืออะไร
Black Hat SEO คือการใช้วิธีต่างๆ เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ โดยใช้วิธีที่ไม่ถูกต้องที่ได้ระบุไว้ในข้อห้ามของ search engine แล้ว
Q: PageRank (PR) คืออะไร
PageRank (PR) คือ ตัวเลขที่ใช้บ่งบอกค่าของเว็บไซต์ที่กำหนดขึ้นมาโดย Google ซึ่งจะบอกถึงความสำคัญ ความสัมพันธ์ และความสมบูรณ์ของเว็บไซต์
Q: ควรเพิ่ม robots สำหรับ follow และ nofollow meta tags ในหน้าเว็บหรือไม่
โดยปกติแล้ว search engine spider จะถูกตั้งค่าให้ follow ลิ้งค์ต่างๆ ที่พบในหน้าเว็บโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ดังนั้นการเพิ่มrobots สำหรับ follow และ nofollow meta tags ในหน้าเว็บจะทำให้ “robots follow” tag มีมากเกินจำเป็น และหากคุณไม่ต้องการให้ search engine spider ตามลิ้งค์ต่างๆ คุณก็สามารถใช้ “no follow” tag ได้ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า robot เหล่านั้นจะปฏิบัติตามหรือไม่
Q: Link Farm คืออะไร
กลุ่มของหน้าเว็บที่สร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์หลักคือเพื่อเพิ่มจำนวน incoming links เข้าสู่เว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้มีการจัดอันดับใน search engine ต่างๆ โดยการใช้วิธี Link farms มักจะมีการแลกเปลี่ยนลิงค์กับเว็บไซต์ที่ต้องการติดอันดับ อย่างไรก็ตาม Link farms ถือเป็น spam tactic และเว็บไซต์ที่ใช้วิธีนี้ก็อาจจะถูกแบนโดย search engine หลักๆ.
Q: การทำ SEO จำเป็นที่จะต้องสร้างบล็อคหรือไม่
จริงๆ แล้วบล็อคไม่ได้ทำให้อันดับสูงขึ้น แต่เนื้อหาที่เขียนขึ้นมาใหม่ๆ และเป็นเอกลักษณ์เป็นสิ่งที่ search engines ต่างๆ ชอบ หากเว็บไซต์ใดที่มีการเพิ่มบทความใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับการจัดอันดับจาก search engine
Q: การใช้ keyword ภาษาอังกฤษ ควรจะมีการปรับแต่งโดยใช้ keyword เอกพจน์ หรือพหูพจน์
ควรจะมีการปรับแต่งโดยใช้ keyword ทั้งเอกพจน์ และพหูพจน์ โดยสามารถใช้ในการเขียนเนื้อหา ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเราก็มักจะกล่าวถึงคำที่เป็นทั้งเอกพจน์และพหูพจน์เวลาพูดหรือเขียนถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่จำเป็นจะต้องจำกัดว่าต้องเป็นเอกพจน์ หรือพหูพจน์
Q: Hidden text” คืออะไร
Hidden text คือ ตัวหนังสือหรือข้อความที่ใส่เข้าไปในเว็บไซต์ โดยที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะมองไม่เห็น แต่ search engine ต่างๆ จะสามารถมองเห็น
Q: สามารถใช้ hidden text เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับได้หรือไม่
ไม่ควรใช้ hidden text เพื่อให้ติดอันดับ คุณอาจจะหลอก search engines ได้ช่วงหนึ่งโดยการซ่อน keyword ต่างๆ ในหน้าเว็บเพื่อให้ได้รับการจัดอันดับ แต่จะทำให้เว็บไซต์ถูกแบนจาก search engine อย่างถาวร
Q: ทำไม SEO จึงมีความสำคัญต่อการทำการตลาดเว็บไซต์
จากสถิติพบว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนถึง 99% ใช้ search engine เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ โดยจากจำนวนนั้น50% หยุดค้นหาหลังจากดูหน้าแรกของผลการค้นหา และ 80% หยุดค้นหาหลังจากดูหน้าที่สามของผลการค้นหา ดังนั้นการทำเว็บไซต์ให้ได้รับการจัดอันดับจาก search engine ต่างๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง
Q: การทำ SEO ช่วยในการลดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดระยะยาวได้อย่างไร
การทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์เชื่อมต่อเข้ากับ search engine ต่างๆ ในแง่ของการใช้ keyword เพื่อค้นหา ดังนั้นการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้เว็บไซต์ได้รับการจัดอันดับที่ดีโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณา และเนื่องจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนถึง 99% ใช้ search engine เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ การได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ จึงเป็นตัวช่วยดึง traffic เข้ามาสู่เว็บไซต์แบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย
Q: การจัดการแคมเปญ PPC คืออะไร
การจัดการแคมเปญ PPC คือ การทำการตลาดที่เกี่ยวกับการจัดการแคมเปญโฆษณาแบบ Pay Per Click เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ keyword การเลือก keyword การสร้างแคมเปญที่หลากหลาย จัดกลุ่มโฆษณา (ad groups) และสร้างข้อความโฆษณา โดยเราจะมีการติดตามผลแคมเปญอย่างใกล้ชิด และดูแลในส่วนของการจัดกลุ่มโฆษณา (ad groups) เลือก keyword ที่เหมาะสมและสร้างสรรค์ข้อความโฆษณาที่ดึงดูด
Q: สามารถคาดหวังผลอะไรได้บ้างจากการทำ SEO
โดยทั่วไปการทำ SEO จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนหรือมากกว่าก่อนที่จะเห็นผล ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจะถือว่าเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะการจะทำให้เว็บไซต์ไต่อันดับขึ้นไปได้จะต้องใช้เวลานานและค่อยเป็นค่อยไป แต่ให้ผลดีในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญในการทำ SEO จะไม่สามารถรับรองผลอย่างเด็ดขาดว่าจะสามารถอยู่ในอันดับ 1 ตลอดไป การยึดหลักการทำ SEO ที่ถูกต้องโดยไม่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของ search engine จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะหากทำโดยใช้กลยุทธ์ที่เป็นข้อห้าม จะทำให้เว็บไซต์ถูกแบนโดยถาวร จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเลือกผู้เชี่ยวชาญในการทำ SEO ที่เชื่อถือได้ว่าจะทำโดยวิธีที่ถูกต้องเท่านั้น
Q: บริการ Pay Per Click จะช่วยในการทำธุรกิจได้อย่างไร
บริการ Pay Per Click จากเราจะช่วยควบคุมงบโฆษณาและสร้างผลกำไรให้มากขึ้น โดยแคมเปญ Pay Per Click จะช่วยดึง traffic เข้าสู่เว็บไซต์ได้ทันทีที่มีการค้นหาโดยใช้ keyword ที่เราได้ทำการวิเคราะห์และเลือกใช้ ซึ่งสามารถตั้งเป้าหมายให้เป็นวงกว้าง หรือจำกัดเฉพาะที่ตั้งหรือกลุ่มประชากรในทุกภาษา โดยคุณสามารถกำหนดจำนวนเงินที่คุณต้องการจ่าย สามารถใช้สถิติแบบ real time เพื่อกำหนดเวลา และสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดในระหว่างที่โฆษณาได้ทุกเมื่อ โดยสรุปก็คือ บริการ pay per click จะช่วยให้คุณควบคุมการทำการตลาดได้ และติดตามการรายงานผลและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
Q: สามารถคาดหวังผลอะไรได้บ้างจากการโฆษณา PPC
ผลจากการโฆษณา PPC จะขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ สินค้า และบริการ โดยเริ่มแรกจะมีการวิเคราะห์ keyword เพื่อดูว่า keyword ตัวใดที่จะเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ และมีจำนวนการค้นหามาก โดยจำนวนการค้นหานี้จะช่วยให้เราคาดการณ์ได้ว่าจะมีผู้ที่ใช้ keyword เหล่านั้นในการค้นหามากน้อยอย่างไร โดยสิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ ระดับการแข่งขันของ keyword นั้นๆ เพราะ keyword ที่มีการแข่งขันมาก ก็จะมีราคาต่อคลิก และ การ bid เพื่อให้โฆษณาอยู่ในตำแหน่งที่ดีมีอัตราที่ยิ่งสูงขึ้น