เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้เห็นข่าวในทีวีเกี่ยวกับช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่ถูกไฟชอร์ตตายในสภาพงาหัก งวงไหม้ ในสวนกล้วยแล้วรู้สึกอนาถใจจังเลย เป็นข่าวที่ทำให้เราหดหู่ได้มากมายอย่างบอกไม่ถูก ในข่าวเค้าบอกว่าเกิดจากการที่ชาวบ้านนำลวดมาขึงแล้วปล่อยกระแสไฟไว้ไล่วัว แต่เคราะห์ร้ายที่งวงของช้างตัวนี้ไปพันกับลวดที่ปล่อยกระแสไฟไว้ทำให้หนีไปไหนไม่ได้ และถูกไฟชอร์ตจนตายในที่สุด

ข่าวนี้ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่ากระแสไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาไว้ไล่วัวมันแรงจนทำให้ช้างตายได้เลยเหรอ เห็นข่าวแล้วก็สงสารมันจัง มันคงหิวมาก และในป่าก็คงไม่มีอะไรให้มันกิน ก็เลยต้องลงมาหาอาหารเลยต้องพบจุดจบแบบนี้ สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามข่าวนะคะ เราหาเนื้อหาข่าวมาแปะไว้ให้ดู ข้างล่าง ขอบคุณภาพและข่าวจากข่าวสด และภาพประกอบจากไทยรัฐค่ะ

ช้างป่า1

โดนชอร์ต - ช้าง พลายอายุประมาณ 15-20 ปี งวงกอดสายลวดไฟฟ้านอนตายอนาถ ในไร่แถวแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เจ้าของไร่ชี้แจงว่ารั้วไฟฟ้ามีไว้เพื่อกันวัวนมไม่ให้เพ่นพ่าน ไม่ได้มีไว้ชอร์ตช้าง

ช้างแก่งกระจาน หิวบุกกินกล้วย เจอรั้วไฟฟ้าดัก ชอร์ต-ตายคาที่!

ไฟชอร์ต – ช้าง พลายอายุประมาณ 15-20 ปี ตายอนาถในท่างวงยังกอดรัดสายลวดไฟฟ้า หลังถูกไฟชอร์ตตายคาที่ ในไร่แถวแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เจ้าของไร่ชี้แจงว่ารั้วไฟฟ้ามีไว้เพื่อกันวัวนมไม่ให้เพ่นพ่าน ไม่ได้มีไว้ชอร์ตช้าง

ช้างป่า แก่งกระจาน เมืองเพชรโดนไฟชอร์ตตายอนาถคาสวนกล้วย เป็นช้างพลายอายุประมาณ 20 สูง 3 เมตร ตายในสภาพงาหัก-งวงไหม้ เผยชาวบ้านเอาลวดมาขึงแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าคอยไล่สัตว์เข้าไปกินพืชไร่ สันนิษฐานช้างออกจากป่าเข้าไปกินกล้วยโดนไฟชอร์ตตายคาที่ ผู้ดูแลสวนยอมรับนำลวดมาขึงจริง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 3 บ้านป่าแดง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมามีช้างป่าบุกเข้ามากินพืชในไร่และถูกไฟฟ้าชอร์ตตาย จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายสุทธิพงษ์ ตัณบุญยศิริเดช นายอำเภอแก่งกระจาน และกำลังเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุเป็นไร่ปลูกกล้วย มะนาวและพืชผักสวนครัวประมาณ 10 ไร่ ติดอยู่ริมถนนเข้าในซอยหมู่บ้าน บริเวณรอบมีตอไม้ขึงลวดปักไว้เป็นระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร ข้างทางพบซากช้างป่าเพศผู้ 1 ตัว อายุ 20 ปี หนักประมาณ 3 ตัน ความยาวจากหางถึงงวงประมาณ 6.10 เมตร สูงกว่า 3 เมตร ที่งาด้านขวามีรอยหัก ที่กะโหลกส่วนหน้าและที่งวงมีเศษลวดพันกับรอยไหม้เล็กน้อย นอกจากนี้ในบริเวณดังกล่าวมีชาวบ้านมาตั้งเต็นท์และทำพิธีสวดมนต์อุทิศส่วน กุศลให้กับช้างเนื่องจากเป็นความเชื่อของหมู่บ้าน

ช้างป่า2นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบถามทราบว่าไร่ดังกล่าวเป็นของนางมาลี บำรุงวงศ์ศิริ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย มีนายนุ บำรุงวงศ์ศิริ อายุ 75 ปี เป็นผู้ดูแลไร่ โดยก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน นายนุ นำลวดมาขึงและปล่อยกระแสไฟฟ้าเอาไว้คอยไล่สัตว์ที่จะเข้าไปกินพืชในไร่ ซึ่งในหมู่บ้านมีการขึงลวดปล่อยไฟฟ้ากันเกือบทุกบ้าน จนกระทั่งคืนเกิดเหตุประมาณ 21.00 น. ช้างป่าเคราะห์ร้ายตัวดังกล่าวก็เข้ามาและถูกกระแสไฟฟ้าชอร์ตจนเสียชีวิต

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปกติชาวบ้านมักจะขึงลวดให้ตึงเวลาที่สัตว์เข้ามาโดนก็จะถูกกระแสไฟฟ้าดูด เล็กน้อย สัตว์จะตกใจและหนี แต่ในลักษณะนี้ คาดว่าลวดที่ขึงน่าจะหย่อนทำให้ช้างที่ถูกไฟฟ้าชอร์ตตกใจและงวงไปพันกับลวด และหนีไปไม่ได้เป็นเหตุทำให้ช้างเสียชีวิต เบื้องต้น นายนุ รับสารภาพว่าเป็นคนขึงลวดไฟฟ้าจริง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ช้างต่อไป ส่วนซากช้างจะได้มีการตั้งคณะกรรมการและนำไปฝังที่หน่วยหุบเต่าต่อไป

แล้วเมื่อคืนนี้เราก็รอดูข่าวตั้งแต่เย็นว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับช้างเคราะห์ร้ายตัวนี้อีกรึเปล่า จนสี่ทุ่มครึ่งก็ยังไม่มี แต่พอกำลังจะปิดทีวีนอนก็มีข่าวจากประเด็นเด็ดเจ็ดสีมา ก็เลยนั่งดู เค้าขึ้นต้นประเด็นมาว่ามีชาวกระเหรี่ยงยืนยันว่าช้างป่าตัวนี้ไม่ใช่ช้างป่าที่ดุร้าย และพวกเขาก็รู้จักช้างตัวนี้ดีในชื่อว่า “เจ้าเดี่ยว” เป็นช้างป่าที่อาศัยอยู่แถบนั้นเป็นเวลานานมาแล้ว พอรู้ว่าจะมีการทำพิธีทางศาสนาเพื่อฝังช้างตัวนี้พวกเค้าก็พากันมาร่วมพิธี

เจ้าเดี่ยว คราบน้ำตาของเจ้าคงบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่เจ้าได้รับก่อนขาดใจตายสินะ

เจ้าเดี่ยว คราบน้ำตาของเจ้าคงบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่เจ้าได้รับก่อนขาดใจตายสินะ

ในภาพข่าวทำให้เรารู้สึกสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ภาพของผู้เฒ่าชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งกำลังนั่งพนมมือด้วยน้ำตานองหน้า จากนั้นก็ใช้มือลูบไปตามใบหน้าและตาของเจ้าเดี่ยวที่เค้าคุ้นเคย ใต้ตาของเจ้าเดี่ยวยังดูเปียกเหมือนมีคราบน้ำตาอยู่เลย ภาพที่เค้าร่ำไห้ พร้อมกับพร่ำรำพันอะไรบางอย่าง ที่ดูราวกับว่าเค้าได้สูญเสียเพื่อนสนิทคนหนึ่งไปนั้นทำให้เราถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

เราก็ได้แต่หวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงปัญหาและหาทางป้องกันและแก้ไข เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียที่น่าเศร้าแบบนี้อีก อย่างน้อยถ้าจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น การตายของเจ้าเดี่ยวก็คงจะไม่เป็นการตายเปล่า เราหวังให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆ

Category : Miscellaneous

Leave a Reply