Nan is in
February 17, 2010 | Posted by LUV | No Commentsปาย หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ปกคลุมด้วยสายหมอก และกลิ่นอายของศิลปะหลากสไตล์ เป็นที่ท่องเที่ยวสุดฮิปที่ยังคงความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ในปัจจุบันบรรยากาศแบบชนบทและความบริสุทธิ์ของปายจะค่อยๆ ลดน้อยลง เนื่องจากผลกระทบของการท่องเที่ยวที่มีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปแปรเปลี่ยนวิถีแห่งปายให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว รีสอร์ทน้อยใหญ่ผุดขึ้นมามากมายเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเล็กๆ แห่งนี้
ก่อนที่การท่องเที่ยวปายจะบูมนั้น ปายเป็นเมืองเล็กๆ ที่รู้จักกันในวงแคบในหมู่นักท่องเที่ยวผู้รักความสงบ มาเพื่อแสวงหา มาสร้างงานศิลปะ มาเพราะต้องการหลีกหนีจากสังคมที่วุ่นวาย หรือแบ็คแพ็คเกอร์ชาวต่างชาติ แต่หลังจากที่มีการใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายภาพยนต์หลายๆ เรื่อง ปายกลายเป็นเมืองที่มีภาพลักษณ์ของความโรแมนติคแบบในฉากภาพยนตร์ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาหลากหลายมากขึ้น มีการเขียนรีวิวทริปบอกเล่า และถ่ายภาพโชว์ในเว็บบอร์ดหลายแห่ง และสถานที่หลายแห่งเหล่านั้นกลายเป็นมุมบังคับที่จะต้องถ่ายรูปกลับมา การท่องเที่ยวปายพักหลังๆ จึงมักจะเป็นการเที่ยวตามคำบอกเล่าด้วยธรรมชาติของโลกดิจิตอลเสียเป็นส่วนใหญ่
ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เคยชอบบรรยากาศปายในแบบเดิมหันไปหาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ไว้รองรับ นั่นก็คือ น่าน เมืองที่ยังเป็นธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่งและยังสงบงามตามวิถี มีสถานที่ท่องเที่ยวครบรสทั้ง วัด วัง ป่าเขา และวิถีชีวิต อีกทั้งยังมีบรรยากาศหลายอย่างคล้ายคลึงกับปาย แหล่งท่องเที่ยวของน่านมีมากมาย เช่น วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดที่มีพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีเถาะตามคติความเชื่อของล้านนา วัดภูมินทร์ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองน่าน ด้วยเพราะมีจิตรกรรมฝาผนังอันเลื่องชื่อ ด้านธรรมชาติเรื่องการล่องแก่งลำน้ำว้าก็สนุกไม่แพ้ใคร ที่อุทยานฯ ภูคายังมีดอกไม้หายากอย่าง ชมพูภูคา ที่หนึ่งปีจะบานเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ชมพูภูคา
จังหวัดน่าน มีพื้นที่ 11,472,076 ตารางกิโลเมตรหรือ ประมาณ 7 ล้านไร่เศษ อาณาเขตทิศเหนือและทิศตะวันออกจดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศใต้จดจังหวัดอุตรดิตถ์ ทิศตะวันตกจดจังหวัดแพร่ พะเยา และเชียงราย
ความที่เป็นเมืองชายแดนแห่งล้านนาตะวันออกอันอุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวมจากเทือกเขาสูง ถึงพื้นราบทำให้เสน่ห์ของเมืองน่านยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นท้องทะเลแห่งขุนเขาอีกทั้งสายลมหนาวและสายหมอกที่พัดผ่านทุ่งข้าวสีเขียวฉ่ำฝน หรือเหลืองทองพร้อมจะเก็บเกี่ยว ยังทำให้ผู้มาเยือนเก็บความประทับใจกลับไปด้วย มีป้อมปราการธรรมชาติที่บดบังเมืองน่านจากคนต่างถิ่นก็คือเทือกเขาผีปันน้ำและเทือกเขาหลวงพระบาง
พื้นที่ป่าของเมืองน่านมีประมาณ 5 ล้านไร่เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ทั้งจังหวัดประมาณ 7 ล้านไร่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก ชาวบ้านเชื่อว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จึงไม่สามารถฝืนกฎของธรรมชาติได้ พวกเขาจะไม่ตัดไม้ หรือถางป่าทำไร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ พวกเขาดูแลรักษาภูเขาและป่าไม้ด้วยความเคารพ ชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ขมุ ลัวะ และเมี่ยน เชื่อว่ามีดวงวิญญาณที่รักษาป่า พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำของจังหวัดน่านมีเพียง ร้อยละ 14 เท่านั้น จะกระจัดกระจายอยู่ตามหุบเขาในอำเภอต่างๆ ชุมชนตามที่ราบลุ่มเหล่านี้จะใช้ระบบการทดน้ำท้องถิ่นใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตรทุกปีเครือข่ายชุมชนที่ใช้ระบบการประปาร่วมกัน โดยเฉพาะ ไทลื้อ ลาวพวน จะร่วมกันจัดงานสักการะ ดวงวิญญาณที่เฝ้าดูแลรักษาป่า
แม่น้ำที่เป็นเสมือนเส้นเลือดของชาวน่าน คือ แม่น้ำน่าน มีต้นกำเนิดจากดอยขุนน้ำน่าน ตำบลขุนน่าน อำเภอบ่อเกลือ ซึ่งจะไหลขึ้นเหนือไปทางอำเภอทุ่งช้าง ก่อนจะไหลลงใต้ ไปยังอำเภอปัว, ท่าวังผา, เมืองน่าน, เวียงสา หลังจากนั้นจะไหลลงไปยังจังหวัดอื่น คือ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และ พิจิตร จึงไปรวมกับแม่น้ำยมที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ ร้อยละ 40 ของลำน้ำน่านนั้นหล่อเลี้ยงลำน้ำเจ้าพระยา
ความเกี่ยวดองกันด้วยศรัทธาในพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติที่มีร่วมกัน ทำให้ชาวน่านมีเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง เรียนรู้ ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงตระหนักถึงความเป็นตัวเองอยู่เสมอ อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
เมืองปัว (ที่เค้าว่ากันว่าเป็น) ฝาแฝดเมืองปาย
ปัว ถูกขนานนามว่าเมืองโรแมนติคกลางหุบเขา ในความเงียบสงบ บนถนนสายหนึ่ง สองข้างทางถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา และท้องฟ้าสีคราม มุ่งหน้าสู่เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมทุ่งข้าวกองฟาง และรอยยิ้มของผู้คน บางคนกล่าวไว้ว่า สำหรับเมืองปัว ถ้าไม่ตั้งใจไปจริงก็จะไปไม่ถึง แต่หากไปแล้วก็จะคิดถึงตลอดไป
อำเภอปัวตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน จังหวัดที่ไม่ใช่ทางผ่านสู่เมืองท่องเที่ยวสำคัญทางภาคเหนือ หากแต่เป็นที่ที่มีธรรมชาติงงาม มีวัฒนธรรมชาวไทลื้อ วัดวาอารามเก่าแก่ ชุมชนที่ยังเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ของรอยยิ้ม และผู้คนใครที่ได้เข้าไปสัมผัส ก็ยากที่จะลืม…บนเส้นทางเขียวขจีของจังหวัดน่าน สู่อำเภอปัว มีความเป็นมาที่น่าประทับใจ เดิมเป็นอาณาจักรเล็กๆของล้านนา และเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวไทลื้อมาหลายร้อยปี มีความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินและแหล่งน้ำ วัฒนธรรมชาวไทลื้อคือการทอผ้าลายน้ำไหล ล้วนสะท้อนคติความเชื่อ ฝีมือเชิงช่าง และจินตนาการทางศิลปะ ของชุมชนชาวไทลื้อได้อย่างดี
จะทำอย่างไรไม่ให้เมืองน่านกลายเป็นเหมือนปาย เพราะตอนนี้ปายกลายเป็นธุรกิจไปแล้วความเป็นธรรมชาติที่แท้จริงของปายได้หาย ไปหลังความเจริญเข้ามาแทนที่ น่านในทุกวันนี้ยังขับเคลื่อนต่อไป เป็นเมืองเก่าที่มีชีวิต แม้ว่าสิ่งที่คนน่านหวาดกลัวจะยังไม่เกิดขึ้น แต่หากไร้การป้องกัน การวางแผน และการจัดการที่ถูกทิศทาง เมืองอันสงบเงียบแห่งนี้ก็อาจจะแปรวิถีไปจากเดิมก็เป็นได้

