Miscellaneous category


วันนี้เราจะเอาใจคู่รักด้วยการแนะนำ 1 ใน 20 สถานที่สุดโรแมนติกที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนั้น ได้คัดมาให้เป็นสถานที่ที่ควรขอแต่งงานมากที่สุดในประเทศไทย นั่นคือ The Scenery Resort & Farm อยู่ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี หลายคนต่างขนานนามที่นี่ว่า “นิวซีแลนด์เมืองไทย”  เพราะรายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีที่แผ่กว้างออกไป ไอหมอกลอยวนบนยอดเขาสุดสายตา และอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจได้อย่างโล่งสบาย
หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง ออกมาสัมผับรรยากาศความโรแมนติก และอบอุ่นที่ The Scenery Resort & Farm รีสอร์ทเล็กๆ ที่ทาสีขาวทุกหลัง เนรมิตบรรยากาศให้กลายเป็นฟาร์มเมืองหนาว ท่ามกลางภูเขาที่สลับซับซ้อนเรียงราย และฝูงแกะนับร้อยตัวที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ชายเขา
ในตอนกลางคืนก็สว่างไสวไปด้วยแสงเทียน ที่ทางรีสอร์ทจะจุดเทียนไว้ตามขั้นบันได โต๊ะอาหาร และบริเวณโดยรอบเพื่อเพิ่มความโรแมนติกในบรรยากาศ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม ททท. ถึงจัดให้ทื่นี่เป็นที่ขอแต่งงาน
เพราะบรรยากาศมันพาไปนี่เอง….

ที่มา

http://www.romanticproposalinthailand.com/
http://meemahachai.multiply.com/photos/album/43/Scenery_Resort_in_My_Memory

Tags: , ,

301 Redirect

April 30, 2010 | Posted by Supachet Kotsrimuang | No Comments

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ดูจากหัวข้อแล้วคงรู้กันแล้วนะครับว่า วันนี้ จะเขียนถึงเรื่องอะไร ใครที่กำลังหาเทคนิค Redirect อยู่นั้น วันนี้จะมาแนะนำการทำ 301 Redirect กันนะครับ ซึ่งที่จะแนะนำวันนี้นั้นสามารถใช้ได้กับ Website ที่ Run ด้วย Apache เท่านั้นนะครับ โดยเราจะใช้ File .htaccess ในการบอกกับ Web Server ว่าเราจะ Redirect อะไร อย่างไรบ้าง ซึ่งประโยชน์ของการ Redirect นั้นก็มีหลายอย่างครับ อย่างเช่น
- ในกรณีที่เรามีการปรับเปลี่ยน หรือ โยกย้ายเวปไซต์จนเป็นเหตุให้ URL ของหน้าเวปต่างๆ ของเรานั้นเปลี่ยนไป แต่ URL เก่าๆ ของ เวปไซต์เรานั้นอาจจะยังปรากฏอยู่ในที่ต่างๆ เช่น ใน Directory ที่เราเคยไป Submit ไว้ หรือ หน้า Search Results ของ Search Engine ซึ่งพอ User คลิกเข้าไปก็จะไปเจอหน้า 404 ถ้าเราไม่ทำการ Redirect หน้าเก่าไป หน้าใหม่

- ในเรื่องของ SEO นี่ก็มีผลนะครับ เนื่องจากการทำ 301 Redirect นั้น นอกจากมันจะ Redirect หน้าเก่าไปหน้าใหม่แล้ว มันยังส่งค่าต่างๆ ไปยังหน้าใหม่ของเราด้วย เช่น ค่า incoming links ที่หน้าเก่าเรามีอยู่

คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่า เราจะใช้ 301 Redirect ได้อย่างรบ้าง

- Redirect แต่ละหน้า : เอาไว้สำหรับ Redirect บางหน้า วิธีก็คือ ใส่ Code นี้ใน File .htaccess
Redirect 301 /oldpage.html http://www.yoursite.com/newpage.html

- Redirect ทั้ง Website เลย : เหมาะกับคนที่เปลี่ยน Domian ใหม่ วิธีก็คือ ใส่ Code นี้ใน File .htaccess
Redirect 301 / http://www.newsite.com/

- Redirect สกุล File : อันนี้อาจจะเหมาะกับคนที่อาจจะเปลี่ยน Hosting ซึ่งอาจจะไม่ Support file บางอย่างเลยต้องเปลี่ยนไปใช้ File อื่น เช่น เปลี่ยน Host ที่ Run โดย IIS มาเป็น Host ที่ใช้ Apache ซึ่งของเดิม File อาจจะเป็น asp ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็น php หรือ html วิธีก็คือ ใส่ Code นี้ใน File .htaccess
RedirectMatch 301 (.*)\.asp$ http://www.example.com$1.php
แต่ว่าในกรณีนี้ชื่อ File ต้องเหมือนกันนะครับ เช่น contact.asp กับ contact.php

-   Redirect จากที่ไม่มี www ให้ไป URL ที่มี www วิธีก็คือ ใส่ Code นี้ใน File .htaccess
Options +FollowSymLinks
RewriteEngine on
RewriteCond %{HTTP_HOST} ^yoursite.com [NC]
RewriteRule ^(.*)$ http://www.yoursite.com/$1 [L,R=301]
เนื่องจากบางกรณี Search Engine จะมองว่า เวปไซต์ http://yoursite.com กับ http://www.yoursite.com นั้น เป็นคนละเวปกัน

ครับก็ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คนนะครับ ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ

Tags: , , ,

South India Temple Trip

April 28, 2010 | Posted by Sujeet K. Singh | No Comments
During this Songkran holidays I was in Mumbai with my family. We decided to visit Tirupati Balaji Temple. The temple happens to be the richest temple in India and the 2nd most visited in the world after Vatican. For the earnings this temple receives an annual income of Rs. three thousand one hundred crores (1 crore is equivalent to 10 million) in the form of direct cash collected from various sources. In the Financial year 2007-08, the total collected 2400 Kilograms of Gold 2,33,000 Kgs of Silver and 543 Kgs of other Precious Stones including Diamonds, Rubies etc. from the devotees.”

Thursday evening we started off by road at around 7.30 pm and reached Thirumala around 6:30 pm next day. Journey was filled with beautiful scenery, mountains on both sides and greenery all around. On reaching there we found out that the tickets for the temple will be available at 2 am the next morning.

We waited till next morning, freshened up, got our tickets and started for the temple on foot. Cameras and cell phones are not allowed inside temple so had to leave them in the car. There were 3 lines to the temple, which merged at different locations on the way, the free one, Rs50 line and Rs100 line. We had got tickets for 100 Rs one and everything looked to be smooth, we were thinking of finishing the temple visit by 2.30 pm. But the things did not turn out as we had expected, finally we managed to get to the temple where the main deity was kept. The deity was at a distance of about 15 m from where the people could view. There were around 10-15 member staff in the temple premises pushing people around to move forward and not stop for long to pray, while being in the temple premises 3-5 seconds was the time one could get to stand in front of deity and pray. Finally we were done with temple visit and collecting the Prasad (offered food stuff) by 5.30 pm. All were too exhausted but effort worth spent as we made it to temple visit.

We went back to our hotel and again next morning on Sunday started back for Mumbai. I was so tired and exausted that spent most of the time sleeping on way back. We arrived back Mumbai early morning on Monday. All together this temple trip was a wonderful experience and took about 4 days. As being my first visit to any south Indian temple…I found a great variation in the temple architecture compared to those I have seen in the Northern and Western part of the country.

Indian Temple Do’s and Don’ts:

Hindu temples ask visitors to remove their shoes, which can usually be left in a shoe storage outside the entrance. Western visitors should also remember that appropriate dress for visiting a Hindu temple means covering shoulders (a large scarf is handy) and wearing long trousers or skirts. Some South Indian temples may charge for entry but others rely on donations.

Piwik – Open Source for Web Analytics

April 23, 2010 | Posted by Supachet Kotsrimuang | No Comments

ถ้าถามเจ้าของเวปไซต์หรือ Web Developer ส่วนใหญ่ว่าใช้ Web Analytics ตัวไหนกันอยู่ คำตอบส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็น Google Analytics เนื่องมาจาก ข้อดีหลายๆ ข้อที่ Google Analytics มี เช่น Free ซึ่งข้อนี้ใครๆ ก็ชอบนะครับ หรือ สามารถเชื่อมต่อกับ Google Adwords ได้ถ้าใครทำโฆษณาผ่านทาง PPC อยู่ หรือ ความง่ายในการติดตั้ง ถ้าเทียบกับ บาง Program ที่อาจจะต้องทำการติดตั้งที่ Server เพื่อดึงเอา Log File ไปทำการวิเคราะห์เอา อย่าง Web Trend แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่เลือกใช้ Google Analytics เนื่องด้วยความกังวลที่ว่าไม่อยากจะ Share หรือไม่อยากให้บุคคลอื่นรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าชมเวปไซต์ วันนี้ผมจะมาแนะนำ Web Analytics ตัวนึงซึ่งเราสามารถ Download และ ติดตั้งไว้ใน Server ของเราได้เองเลยครับ เนื่องจากมันเป็น Open Source นั่นเอง

เจ้า Web Analytics ตัวนี้มีชื่อว่า Piwik ซึ่งสามารถ Download ได้ที่ http://piwik.org/  ส่วนการติดตั้งนั้นถ้าคนที่เคยลง Open Source มาแล้ว คิดว่าไม่น่ามีปัญหาครับ ก็ Extract –> Upload –> Config Database –> Set ค่าต่างๆ ประมาณนี้แหละครับ หลังจากที่เราติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องไปเอา Tracking Code มาติดในทุกๆ หน้าของเวปเราซึ่งการติดก็คือติด Code ไว้ก่อน Tag  </body> ส่วนการที่จะได้ Code มานั้นเราก็เลือกที่ Menu ‘Setting’ ที่อยู่ด้านมุมบนขวา จากนั้นจะมี Tab 3 อันให้เราเลือก Tab ‘Websites’ แล้วก็เลือก ‘Add a new website’ จากนั้นระบบจะคอยบอกว่าเราต้องใส่หรือทำอะไร แล้วสุดท้ายเราก็จะได้ Code มาครับ

ในส่วนของ Dashboard นั้น เราสามารถเพิ่ม Widget อื่นๆ ที่เราต้องการได้ เช่น Live ซึ่งจะทำให้เรารู้ความเคลื่อนไหวของ Visitor แบบ Real time หรือถ้าหากเราคิดว่า Widget ไหนที่เราไม่ต้องการเราก็สามารถลบออกจาก Dashboard ได้

แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของ Piwik ตอนนี้ก็คือ ไม่สามารถเลือกช่วงเวลาในการดูรายงานได้ จะสามารถเลือกได้แค่ วัน / อาทิตย์ / เดือน / ปี ก็ต้องรอการพัฒนากันต่อไปนะครับ

ครับก็คิดว่าคงถูกใจ คนที่กำลังอยาก Host  Web Analyics เองนะครับ หรือถ้าใครมีตัวอื่นๆ ที่ เจ๋งๆ แนะนำมาหน่อยครับ ผมจะได้ลองเอาไปใช้บ้าง 

Tags: , , ,

Are you facebooklism!?!

April 20, 2010 | Posted by duangruthai | 1 Comment

Please answer the question directly yes or no!

- Check comment before leaving home

- Play Games in Facebook
- Update status every feeling
- Upload every photo to show friend
- Tagged Image
- Play Quiz about 3 point per day
- While reading this, opening the Facebook.
If you answering “Yes” more than 2 items, Congratulation! , You are Facebookism!

Facebook have a variety applications and easy to use!

Today, Facebook is a Social Network of the strongest.

No wonder that popular at present.

Today, We have  Images parody that Face Book mimic people for relax!

Facebooklism be not as bad. But, if you  playing all time and don’t anything.

I could be any serious!

Tags: , ,

How to make a safe password!

April 7, 2010 | Posted by duangruthai | No Comments

Now, Password is important for use in website. The most people like to use easy things ex.  pet’s name, phone number, nickname… for make a password, It’s easy for remember! But, that easy password doesn’t safe!

Good Password is…

  • Capital Letter
  • Doesn’t has symbol
  • Has a number at least 1 word
  • And have letter at least 5 word
  • Change your password every 3 months

We have examples of bad password. please change in now,if your password be similar!

Tags: , ,

Export and Import pages and posts – WordPress

April 2, 2010 | Posted by Supachet Kotsrimuang | 3 Comments

WordPress is one of CMSs widely used currently since we can see that many big websites are developed by WordPress. Moreover, more and more widgets and plugins created for WordPress are launched periodically. In addition, right now, most of the websites I have developed are WordPress ones. Then, today I will you how to export and import any posts and pages made in WordPress since some developers may like to prepare their WordPress sites in their PCs or laptops before uploading to the servers so once they are done with their sites in their PCs or laptops,  what they have to do is exporting the pages and posts and set up WordPress on the server. Then, they just have to import it to the system. Let see how we can do that.

In order to export
- Log in to WordPress Admin
-  Under menu ‘tools’ click ‘Export’
- Then click ‘Download Export File’ and you will get the XML file.

In order to import
- Under menu ‘tools’ click ‘Import’
- Then click the menu ‘WordPress’
- After that you will be asked to upload the file so select the exported file then click ‘upload file and import’
- You may be asked to map the authors or admin with any exist users or you can create the new ones.

And that’s it. I think this way is easier than export and importing the SQL files.

Tags: , , , ,

Display Feedburner feeds on your sites by rss2html

February 26, 2010 | Posted by Supachet Kotsrimuang | No Comments

Has anyone ever used rss2html to try to display Feedburner feeds on websites and found some errors? Normally, I use rss2html to display RSS feeds into several of my websites but I never try to use it to display any Feedburner feeds. In this morning, I got a chance to try to display some Reuter’s feeds on one website so I decide to use rss2html as normally. However, I got some errors shown below.

$errorCode = 7
xml_error_string() = mismatched tag
xml_get_current_line_number() = 13
xml_get_current_column_number() = 2
xml_get_current_byte_index() = 783

Then, I started searching the solutions from all over the place but I could find only some postings saying that rss2html currently does not support Feedburner feeds. So I guessed I have to try to find the solution by myself. What I did is

- Go to Reuters website, http://www.reuters.com
- Search for their feeds located at http://www.reuters.com/tools/rss
- Pick one of them such as Business News, http://feeds.reuters.com/reuters/businessNews
- Click ‘View Feed XML’ in ‘Subscribe Now’ box
- place the URL like http://feeds.reuters.com/reuters/businessNews?format=xml into the file ‘rss2html.php’

$XMLfilename = “http://feeds.reuters.com/reuters/businessNews?format=xml”;

Then it worked.

Tags: , , ,

bannerกระทรวงการคลัง และกระทรวงต่าง ๆ รวม 15 กระทรวง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ณ บริเวณถนนราชดำเนิน โดยจะจัดกิจกรรมให้บริเวณถนนราชดำเนิน เป็นถนนแห่งความสุข ภายใต้แนวคิด “ความสุขของคนไทยใต้แสงพระบารมี” ตั้งแต่วันที่ 3 – 7 ธันวาคม 2552 ระหว่างเวลา 18.00 – 24.00 น.

โดยจะจัดให้บริเวณถนนราชดำเนิน ตั้งแต่ป้อมมหากาฬจนถึงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์เป็นถนนแห่งความสุขภายใต้แสงพระบารมี ที่มีแสงไฟต่าง ๆ ประดับประดาระยิบระยับ มีแสงเลเซอร์มัลติคัลเลอร์ มีน้ำพุดนตรี น้ำพุดอกไม้ไฟเต้นระบำบนเกาะกลางถนน 9 จุด มีการประดับไฟดาวกระพริบ 9,999 ดวง มีไฟส่องฟ้า ไฟเทคนิคต่าง ๆ ทั่วทั้งบริเวณถนนราชดำเนิน
ในด้านกิจกรรมต่าง ๆ จะมี 9 กิจกรรม ประกอบด้วย

กิจกรรมที่ 1 แสงพระบารมี เบิกดินฟ้า โรจน์ไสว จะมีเวทีหลักอยู่บริเวณหน้าป้อมมหากาฬ เวทีนี้จะมีการแสดงของหน่วยงานต่าง ๆการแสดงวัฒนธรรมประเพณี การละเล่นต่าง ๆ การแสดงดนตรีคอนเสิร์ตจากคณะนักร้อง นักแสดงผู้มีชื่อเสียง ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ธันวาคม 2552 เวลา 19.00 น. จะเป็นวันเปิดงานด้วยการเปิดแสงไฟแรกเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะสว่างไสวขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมดทั่วบริเวณถนนราชดำเนินและการแสดงดอกไม้ไฟไพโรเทคนิคชุดใหญ่ตระการตา หลังจากนั้นทุกกิจกรรม ทุกเวทีจะเปิดการแสดง ตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นไป

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 1

กิจกรรมที่ 2 แสงพระบารมี ผสานไทย สมานฉันท์
เป็นกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง และสื่อผสม เรื่อง “ แสงพระบารมี ผสานไทยสมานฉันท์ “ ซึ่งมีเนื้อหาพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ซึ่งจะมีความรัก ความสมานฉันท์ภายใต้ระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข จบด้วยการยิงพลุชุดใหญ่ที่สวยงาม โดยจะมีการแสดงทุกคืน คืนละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 3 – 7 ธันวาคม 2552 เวลา 20.00 – 21.00 น.
นอกจากการแสดง แสง สี เสียง ดังกล่าวแล้ว เวทีนี้ยังจะมีการแสดง แสง สี เสียง และเลเซอร์ ประกอบภาพยนตร์ส่วนพระองค์และวีดิทัศน์บทเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการแสดงดนตรีต่าง ๆ

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 2

กิจกรรมที่ 3 แสงพระบารมี คีตศิลป์ เสนาะนิรันดร์
กิจกรรมเวทีดนตรี บริเวณหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งจะมีการแสดงทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. จัดแสดงเฉลิมพระเกียรติพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระองค์ท่าน โดยจัดแสดงดนตรีแจ๊ส ป๊อป ออเครสตรา และอื่นๆ จากศิลปิน ดารา นักร้อง ที่มีชื่อเสียง

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 3

กิจกรรมที่ 4 แสงพระบารมี ร้อยใจมั่น ถวายพระพรชัย
การจัดกิจกรรมถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนชัยถวายพระพร ในวันที่ 5ธันวาคม 2552 ณ เวทีกลาง เวลา 19.00 น. โดยทุกหน่วยงานจะมีการถวายพานพุ่ม และจุดเทียนชัยพร้อมกันกับเวทีท้องสนามหลวง หลังจากเสร็จพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรแล้ว จะมีการแสดงมหัศจรรย์ดอกไม้ไฟไพโรเทคนิคพิเศษ ชุด “แสงพระบารมี ร้อยใจมั่น ถวายพระพรชัย” และการแสดงมหัศจรรย์เลเซอร์ขนาดใหญ่ที่สุด ปรากฏภาพลายเส้นเลเซอร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลางท้องฟ้า

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 4

กิจกรรมที่ 5 แสงพระบารมี ส่องแผ่นดิน ถิ่นสวรรค์
กิจกรรมการตกแต่งไฟดาวกระพริบ 9,999 ดวง ไฟส่องฟ้า ไฟประดับกรุงเทพมหานครไฟพิเศษอื่น ๆ ซึ่งในปีนี้จะทำให้ถนนราชดำเนินเป็นถนนแห่งสีสันที่วิจิตรอัศจรรย์และอลังการกว่าทุกปี

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 5

กิจกรรมที่ 6 แสงพระบารมี ทอมหัศจรรย์ อันยิ่งใหญ่
กิจกรรมขบวนรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจัดแสดงรถไฟฟ้า Electric Parade ของกระทรวงและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งจะจัดขบวนรถไฟฟ้าที่สวยงาม หลากหลาย ขณะนี้ มีหน่วยงานต่าง ๆ แสดงความประสงค์ส่งรถเข้าร่วมงานแล้ว 25 คัน โดยจัดการแสดงทุกวัน ประกอบแสง สี เสียง แฟนตาซีที่ทันสมัย พร้อมทั้งดาราดัง ร่วมแสดงในขบวน ทั้งนี้ ขบวนจะเริ่มตั้งแต่หน้ากระทรวงคมนาคม มาถนนราชดำเนินและเลี้ยวกลับที่สี่แยกคอกวัว และกลับไปที่เดิมที่หน้ากระทรวงคมนาคม

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 6

กิจกรรมที่ 7 แสงพระบารมี เปล่งประกาย เรืองสายใย
กิจกรรมน้ำพุดนตรี น้ำพุไฟเต้นระบบ และการแสดงไพโรเทคนิคประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ จะจัดขึ้น 9 จุด บริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง โดยจะจัดแสดงทุกวัน

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 7

กิจกรรมที่ 8 แสงพระบารมี ฉายพระราชกรณียกิจ สถิตไผท
กิจกรรมการแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติของกระทรวงทั้ง 15 กระทรวงกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทั่วบริเวณ 2 ฟากฝั่งถนนราชดำเนิน เพื่อแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านกับกระทรวงต่าง ๆ อันยังประโยชน์สุขแก่ชาวไทย รวมทั้งการแสดงนิทรรศการของแต่ละกระทรวง และกิจกรรมความสุข สนุกสนานต่าง ๆ โดยเน้นแนวคิดความสุขของคนไทยใต้แสงพระบารมี

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 8

กิจกรรมที่ 9 แสงพระบารมี ศูนย์รวมใจ ไทยสถาพร
กิจกรรมการถวายพระพรด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยกิจกรรมแรกเป็นกิจกรรมการจัดทำ Wristband “ รักพ่อ เฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ” สีชมพู จำหน่ายอันละ 99 บาท และทอนเหรียญที่ระลึก 1 บาท รายได้ทูลเกล้าถวายตามพระราชอัธยาศัย และกิจกรรมที่สอง การเขียนคำถวายพระพรลงในกระดาษขาว แดง น้ำเงิน และพับเป็นรูปหัวใจใส่ลงในกล่องหัวใจใหญ่ 3 จุด ณ บริเวณเวทีหลักที่ป้อมมหากาฬ, เวทีแสง สี เสียงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวทีดนตรีหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วนำมารวมกัน เพื่อจัดพิธีมอบใจภักดิ์แด่พระผู้เป็นที่รักของคนไทยทั้งชาติ ในวันที่ 7 ธันวาคม 2552 เวลา 21.00 น. ณ เวทีหลักป้อมมหากาฬ ซึ่งจะเป็นพิธีปิดงานเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณถนนราชดำเนิน โดยจะมีการแสดงดอกไม้ไฟไทย-จีน และไพโรเทคนิคชุดใหญ่รูปหัวใจเต็มท้องฟ้า

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 9

กิจกรรมอื่น ๆ
1. การจัดร้านอาหารอร่อยมหานคร จำนวน 50 ร้าน โดยกรุงเทพมหานครบริเวณถนนราชดำเนิน
2. การจัดร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก จำนวน 50 ร้าน จากหน่วยงานต่างๆ บริเวณถนนราชดำเนิน
3. การจัดจุดพักผ่อน และ Street Show จำนวน 9 จุด บริเวณถนนราชดำเนินเป็นร้านจำหน่ายอาหารว่าง และเครื่องดื่ม พร้อมการแสดงมายากล มนุษย์หุ่นยนต์ Bozo และดนตรี Trio ไวโอลิน ฯลฯ เป็นต้น
4. กิจกรรมตลาดตะเกียง โดยนิสิตนักศึกษา และผู้ที่มีฝีมือทางด้านหัตถศิลป์ต่างๆ มาจัดสาธิตแสดงฝีมือให้เป็นถนนคนเดินตลาดตะเกียงที่มีมนต์เสน่ห์

ทั้งนี้ ทุกกิจกรรมจะจัดทุกวัน ระหว่างวันที่ 3–7 ธันวาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 18.00–24.00 น.

อ้างอิง
www.mof.go.th

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยนะคะ รักษาสุขภาพให้ดีล่ะ โดยเฉพาะการป้องกันตนเองจากไข้หวัดที่กลับมาระบาดอีกระลอกแล้ว ปกติเป็นหวัดก็จะรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันค่ะ แต่คราวนี้เจ็บคอมากกว่าทุกครั้ง พ่อก็เลยแนะนำให้ทานยาสมุนไพรชนิดนึง ซึ่งหลายคนก็คงเคยรู้จักกันแล้ว ก็คือ ฟ้าทะลายโจรนั่นเอง เคยได้ยินมาเหมือนกันช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ 2009 ระบาด ว่าหลายคนหันมาทานยาสมุนไพรเพื่อป้องกัน หรือสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง เพราะสมุนไพรส่วนใหญ่ก็ไม่มีผลข้างเคียงมากเท่ากับยาแผนปัจจุบัน จึงมีอันตรายน้อยมาก

ฟ้าทะลายโจรแบบเม็ดแคปซูล

ฟ้าทะลายโจรแบบเม็ดแคปซูล

เป็นหวัดคราวนี้เลยได้ลองซื้อฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูลมาทาน จริงๆ แล้วพ่อบอกว่าพ่อทานแบบสดเป็นประจำก็เลยไม่ค่อยเป็นหวัด แต่ไม่ไหวค่ะ เคยลองครั้งนึง ขมปี๋ ไม่สามารถทนได้จริงๆ แต่ถ้าใครทานขมได้ ทานแบบสดๆ ก็น่าจะดีเหมือนกันนะคะ ที่บ้านพ่อปลูกไว้ทั่วเลยค่ะ หากบริเวณบ้านของคุณพอจะมีที่ว่างอยู่สักหน่อยก็ลองหาฟ้า ทะลายโจรมาปลูกกันดู เพราะฟ้าทะลายโจรเป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายสามารถปลูกได้ดีทุกสภาพแวดล้อม

กลับมาที่ผลจากการทดลองทานฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูล ตอนเป็นหวัดดีกว่าค่ะ ก็รู้สึกว่าอาการไอ และเจ็บคอ ค่อยๆ ดีขึ้น จริงๆ ด้วย เลยหาข้อมูลมาฝากเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ และทางเลือกในการป้องกันและรักษาตัวเองจากไข้หวัดได้อีกทางหนึ่งนะคะ

026

ฟ้าทะลายโจรสามารถใช้เป็นยาได้ทั้งต้น

ฟ้าทะลายโจรเค้ามีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อด้วยกัน เช่น น้ำลายพังพอน, หญ้ากันงู, สามสิบดี, คีปังฮี, ซีปังกี, ชวนซินเหลียน, ชวงซิมไน้ , ยากันงู, ฟ้าลาง, เมฆทะลาย, ฟ้าสะท้าน, สามสิบดี, ฉีกะฉาว, Creat, Green chireta, Kalmegh, King of bitters, Kirayat เป็นต้น

สมุนไพร ฟ้าทะลายโจร ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการหวัด และเสริมภูมิต้านทานดีกว่าการใช้ ยาปฏิชีวนะในคนที่เป็นหวัดบ่อยๆ ร้อนในบ่อยๆ เนื่องจากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิต้านทานอ่อนลง การรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะช่วย กระตุ้น ภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่เป็นหวัดง่าย ร้อนในจะหายไป และสมุนไพรฟ้าทะลายโจรดีกว่ายาปฏิชีวนะ ตรงที่ไม่เกิดการง่วงนอน ไม่เกิดการดื้อยา และยัง ป้องกันตับ จากสารพิษหลายชนิด เช่น จากยาแก้ไข้พาราเซตามอล หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม และวงการแพทย์จีนยังได้ยก ฟ้าทะลายโจรขึ้นทำเนียบ เป็นยาตำราหลวงที่มีสรรพคุณโดดเด่นมากตัวหนึ่งอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญคือสามารถใช้เป็นยาเดี่ยวเพียงตัวเดียวก็มี ฤทธิ์แรงพอ ที่จะรักษาโรคได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในสมุนไพรตัวอื่น

ทั้งนี้ เพราะฟ้าทะลายโจรมีสารประกอบสำคัญจำพวกไดเทอร์ปีนแลคโตน (Diterpene Lactones) หลายชนิด ได้แก่ แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) นีโอแอนโดกราโฟไลด์ (Neoandrographolide) ดีออกซีแอนโดกราโฟไลด์ (Deoxyandrographolide) ดีออกซีไดดีไฮโดรแอนโดรกราโฟไลด์ (Deoxy-didehydroandrographolide) เค้าบอกว่าวัตถุดิบฟ้าทะลายโจรที่ดีควรมีปริมาณแลคโตนรวมคำนวณเป็นแอนโดรกราโฟไลด์ ไม่ต่ำกว่า 6 % และไม่ควรเก็บวัตถุดิบไว้ใช้นานๆ เพราะปริมาณสารสำคัญจะลดประมาณ 25 % เมื่อเก็บไว้ 1 ปี ดังนั้นถ้าจะซื้อที่เป็นแบบแคปซูลมาเก็บไว้นานก็คงไม่ดีแน่ค่ะ ค่อยๆ ทยอยทานไปเวลารู้สึกไม่ค่อยสบายก็ดีเหมือนกัน

สารแอนโดรแกรโฟไลด์ (Andrographpholide) ดังกล่าว ทางวงการแพทย์จีนกำหนดว่ามี 1.5% ก็ใช้เป็นยาได้แล้ว และเป็นที่น่ายินดีที่ใบ

ลักษณะดอกและผลของฟ้าทะลายโจร

ลักษณะดอกและผลของฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจรในเมืองไทยมีสารสำคัญตัวนี้ถึง 1.7% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับยาตัวใหม่ แล้ว ฟ้าทะลายโจรจัดอยู่ในจำพวกยาปฏิชีวนะ เช่น เพนนิซิลลินและเตตราซัยคลิน ซึ่งเป็น ยาแผนปัจจุบันครอบจักรวาลเลยทีเดียว แต่ปลอดภัยกว่า เพราะไม่มีพิษต่อตับ และไม่ตกค้างในร่างกาย ซ้ำยังมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคบางอย่างดีกว่ายาแผนปัจจุบันเสียอีก นอกจากนี้ยังมี การ ทดลองทางคลินิกของโรงพยาบาลบำราศนราดูร พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาโรคบิด ท้องร่วงและโรคท้องเสีย ชนิดเฉียบพลัน ได้ดีเท่ากับเตตราซัยคลินอีกด้วย

ฟ้าทะลายโจรจึงไม่เพียงแก้ร้อนในได้ผลเท่านั้น หากยังสรรพคุณเด่นแก้ไข้หวัด ตัวร้อน ระงับการอักเสบเจ็บคอ แก้ติดเชื้อ และเป็นยาขมเจริญอาหาร จึงนับได้ว่าฟ้าทะลายโจรเป็นยาครอบคลุมได้กว้างขวางเหมาะสำหรับเป็นยาสามัญ ประจำบ้านแบบไทย ๆ ได้อย่างดียิ่ง
จากสารประกอบที่กล่าวมาทั้งหมดเนี่ยแหละค่ะ ทำให้ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ทางยาหลายประการเลย ได้แก่

1. ฤทธิ์ลดการบีบหรือหดเกร็งตัวของทางเดินอาหาร
2. ฤทธิ์ลดอาการท้องเสีย โดยทำให้การสูญเสียน้ำทางลำไส้จากสารพิษของแบคทีเรียลดลง
3. ฤทธิ์ลดไข้และต้านการอักเสบ
4. ฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
5. ฤทธิ์ป้องกันตับจากสารพิษหลายชนิด เช่น จากยาแก้ไข้พาราเซทตามอล หรือเหล้า
6. ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
7. ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะมีประโยชน์ในการรักษาโรคอย่างกว้างขวางและแม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะดูเหมือนจะมีพิษน้อย แต่เนื่องจากเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็นจัด การกินฟ้าทะลายโจรรักษาโรคนาน ๆ ติดต่อกันหลายปีอาจจะเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น มีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย แขนขาไม่มีแรง เป็นต้น แต่ถ้ากินวันละ 1-2 เม็ด เป็นยาอายุวัฒนะสามารถกินได้เรื่อย ๆ ไม่มีพิษอะไร

นอกจากนี้ ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำก็ไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจร เพราะฟ้าทะลายโจรเป็นตัวยาที่มีสรรพคุณในการลดความดันอยู่แล้ว ถ้าหากผู้ที่เป็นโรคความดันต่ำ และมาใช้ฟ้าทะลายโจรอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน มึนงง วิธีแก้คือหยุดยาทันที ภายใน 3-4 ชั่วโมง อาการจะดีขึ้น เพราะตัวยาสามารถถูกขับออกไปโดยไม่มีการตกค้างในร่างกาย

ที่สำคัญก็คือ ฟ้าทะลายโจรจะเหมาะสำหรับ “หวัดร้อน” คือ อาการตัวร้อน เจ็บคอ กระหายน้ำ ท้องผูก ปัสสาวะมีสีเข้ม แต่ฟ้าทะลายโจรจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการของ “หวัดเย็น” คือ ไม่มีเหงื่อ อุ้งมืออุ้งเท้าเย็น ปัสสาวะมาก รู้สึกหนาวสะท้าน ถ้าเป็นหวัดเย็น แล้วกินฟ้าทะลายโจร อาการอาจกำเริบขึ้นได้ เช่น หนาวสั่น คลื่นไส้ ดังนั้นก่อนที่จะกินฟ้าทะลายโจรแก้ไข้ จึงควรพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ด้วยนะคะ

อ้างอิง

http://www.ku.ac.th/e-magazine/february45/agri/far.html

http://women.sanook.com/health/herbal/herbal_43891.php

http://www.gpo.or.th/rdi/html/Andrographis.html

http://www.geocities.com/thaimedicinecm/sansilpayathai32fatalaijon.htm

http://www.akitia.com